Point of view
วัน-เวลาทำการ : เราจะติดต่อกลับในเวลาทำการ : จันทร์ - ศุกร์ 09.00 - 17.00
(หยุดวันเสาร์ - อาทิตย์ และ วันหยุดตามปฏิทิน)
ติดต่อข่าวสารโปรโมชั่นทัวร์
qrcode
@767xzmrj

5 ของฝากเวียดนาม ช้อปราคาเบาๆ ไปแล้วต้องหิ้วกลับ

กรกฎาคม 15, 2020 | by Point of view

5 ของฝากเวียดนาม ช้อปราคาเบาๆ ไปแล้วต้องหิ้วกลับ เวียดนาม ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพราะคนไทยไปชมความสวยงามของวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงาม หรือเข้าไปถ่ายรูปเก๋ๆ กับแลนด์มาร์คที่ใหม่ๆกับเพื่อนๆ และแฟน และคนที่คุณรัก แต่ทุกคนเคยเป็นไหม เมื่อได้มาท่องเที่ยวเวียดนามแล้ว ไม่รู้จะซื้ออะไรไปฝากคนที่บ้าน คนที่รัก เพื่อนสนิทดี เพื่อนที่ทำงาน และในวันนี้เราจะมาอัปเดต ของฝากน่าซื้อ ช้อปราคาเบาๆ จากเวียดนาม หาซื้อง่าย แต่จะไปซื้ออะไรดีที่เวียดนามดีที่เวียดนามหมีพอยท์ มีคำตอบมาให้แล้วครับ

** ส่วนราคาของที่จะซื้อถ้ากลัว งง ก็คิดง่ายๆเลยครับถ้าสินค้าที่ 10,000 ดอง = ประมาณ 15 บาทไทย ครับผม **

1.ชุดอ๋าวหญ่าย & หมวกเวียดนาม

5 ของฝากเวียดนาม ช้อปราคาเบาๆ ไปแล้วต้องหิ้วกลับ - 1

ถ้าได้มาถึงประเทศเวียดนามแล้ว ของฝากเวียดนามอะไรที่จะโดดเด่นและบ่งบอกถึงความเป็นเวียดนามได้ดีไปกว่าชุดประจำชาติ! ก็คือ “ชุดอ๋าวหญ่าย (Ao Dai)” เป็น ชุดประจำชาติชุดหนึ่งของเวียดนาม ชุดอ๋าวหญ๋าย เป็นชุดที่ทอจากผ้าไหม ตัดเป็นเสื้อพอดีตัว มองเผินๆ จะคล้ายกับชุดกี่เพ้าของจีน แต่ด้านในชุดจะมีกางเกงขายาว ผู้หญิงเวียดนามจะนิยมใส่ชุดอ๋าวหญ่ายกันทั้งในงานสำคัญและใส่ตามปกติทั่วไป

ยิ่งถ้าใส่ชุดอ๋าวหญ่ายคู่กับ “หมวกเวียดนาม” ด้วยแล้ว ยิ่งเนียนเหมือนเป็นคนเวียดนามเลย หมวกเวียดนามมีชื่อเรียกในภาษาเวียดนามว่า “หนอนหลา (Non la)” เป็น หมวกทรงกรวยแหลม คล้ายกับงอบของไทยเรา สานจากใบลานหรือใบไผ่

จะหาซื้อได้ตามตลาดหรือห้างทั่วไปในเวียดนาม

ราคาประมาณ : ชุดอ๋าวหญ่าย ขายราคาตั้งแต่ 2 แสน ไปจนถึง 1 ล้านดอง (ประมาณ 300 – 1,500 บาท) มากน้อยตามเนื้อผ้าและการตัดเย็บ ส่วนหมวกงอบตั้งแต่ 1 หมื่น จนถึง 1 แสนดอง (ประมาณ 50 – 150 บาท)

ขอบคุณข้อมูลที่มา คลิก

2.ชา & กาแฟ เวียดนาม

5 ของฝากเวียดนาม ช้อปราคาเบาๆ ไปแล้วต้องหิ้วกลับ - 2

ถ้าพูดถึง กาแฟและชาเวียดนาม นับว่าเป็นของฝากยอดฮิต ที่รสชาติดี เข้มข้น ถูกใจคอกาแฟสุดๆ กาแฟเวียดนาม ส่วนใหญ่เป็น พันธุ์อาราบิก้า  และ โรบัสต้า เช่น ยี่ห้อ G7 กาแฟล้วนไม่ผสม เข้มข้น หอม อร่อย ชงหลังบ้านหอมถึงหน้าบ้าน หรือ กาแฟขี้ชะมดคั่วบดแท้ วิธีการชง ใช้เครื่องชงกาแฟชงหรือใช้แก้วดริฟจะ ได้อรรถรสในการดื่มกาแฟแบบเวียดนามอย่างแท้จริง  และ ชาบั๊คไถ ชาจีนจากเวียดนาม รสชาติอร่อยชุ่มคอ , ชามะลิเวียดนาม ขึ้นชื่อเรื่องความหอมของดอกมะลิที่อบอวลเมื่อชงชา ความหวานของน้ำชาเมื่อดื่ม

ฝรั่งเศส  เป็นชาติที่นำกาแฟเข้าไปปลูกในเวียดนามเป็นครั้งแรก เมื่อปี 1857 สมัยที่เวียดนามเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส จนถึงวันนี้ เวียดนามเป็นประเทศที่ผลิตกาแฟส่งออกใหญ่อันดับ 2 ของโลก  รองจาก ประเทศบราซิล เมืองกาแฟ

เมืองไทยนำกาแฟเข้ามาครั้งแรกในสมัยอยุธยา มีการทดลองปลูกกาแฟที่จันทบุรีเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2393 เมื่อ 159 ปีที่แล้ว ถือว่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานไม่น้อย จนเดี๋ยวนี้มีร้านกาแฟอยู่ทั่วทุกหัวระแหงในเมืองและชนบทจนปลูกกินเองไม่พอ ต้องนำเข้ากาแฟจากเวียดนามเหมือนกัน.

ราคา ชาและ กาแฟ มีตั้งแต่หลักร้อยบาท – หลักพัน โดยหาซื้อได้ตามตลาดทั่วไปทั่วเวียดนามเลย ครับ

3.โคมไฟ

5 ของฝากเวียดนาม ช้อปราคาเบาๆ ไปแล้วต้องหิ้วกลับ - 3

สำหรับถ้ากระเป๋าใบใหญ่แล้วมีเหลือพื้นที่เยอะ และอยากได้ของฝากเวียดนาม สวยๆ ชิคๆ แบบไม่ซ้ำใครไปตกแต่งบ้าน หรือ มอบให้คนที่รัก ควรมากเลยที่จะซื้อ โคมไฟเวียดนาม กลับไปเป็นของฝาก หรือ นำไปเป็นของตกแต่งบ้าน ได้ทั้งห้องนอน หรือหน้าบ้าน ลักษณะจะดูคล้ายกับโคมไฟของเมืองจีนหรือญี่ปุ่น ซึ่งโคมไฟเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของ เมืองฮอยอัน นั่นเองครับ ขอบอกเลยว่าทนทานมาก และทำจากผ้าและผ้าไหม พร้อมด้วยตกแต่งด้วยสีสันสวยสดงดงามมากๆเลย ครับ

ราคา : 25,000 – 200,000 ดอง (ประมาณ 35 – 270 บาท) แล้วแต่ขนาดและลวดลาย

4.ขนม , ขนมเปี๊ยะ , ข้าวเกรียบกล้วย , ผลไม้อบแห้ง

-เม็ดบัวอบแห้งพร้อมทาน คุณภาพดี รสชาติโดนสุดๆ เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่ได้
หรือ อาหารแห้ง ก็เป็นของฝากเวียดนาม ที่น่าสนใจ อย่างเช่น ผลไม้อบแห้ง ปลาหมึกอบแห้ง อินทผลัม รวมไปถึงถั่วชนิดต่างๆถ้ามาถึงแล้วก็ควรซื้อกลับไปทานเล่น หรือเป็นของฝากได้เลย

ข้าวเกรียบกล้วยเวียดนาม อบแล้วพร้อมทานได้เลย แบบอบแห้ง จะกรอบ การส่งซื้อกลับอาจทำให้ข้าวเกรียบแตกได้ฉะนั้นควรทานเลย หรือ ถือขึ้นเครื่องนะครับ
– 1 ถุงประมาณ 150-200 บาท (ระวังแตกนะครับเหมือนข้าวเกรียบว่าวของไทยนี่เอง)

ขนมเปี๊ยะใส้ทุเรียนแบบแพ็ค ขนมเปี๊ยะทุเรียนไข่เค็ม หรือ ไม่ไข่เข็ม 1 ถุงมี ประมาณ 4 ชิ้น ถุงละประมาณ 60-70 บาทไทย

หาซื้อได้ตามท้องตลาด , ซูเปอร์มาร์เก็ตในห้าง , มินิมาร์ท ทั่วไปในเวียดนามเลยครับ ถ้าตัดสินใจว่าจะซื้อของแห้งเวียดนามกลับมาเป็นของฝากคนที่รัก สิ่งที่ต้องสังเกตให้ดีคือ มีรา หรือ เหม็นหืนหรือเปล่า ด้วยนะครับ

5.สินค้าแฮนด์เมด , ของจุกจิก , เสื้อผ้า , หมวก

5 ของฝากเวียดนาม ช้อปราคาเบาๆ ไปแล้วต้องหิ้วกลับ สินค้าที่ควรแก่การซื้อเปนของฝาก ที่แต่ละประเทศทำออกมา เช่น แก้วน้ำ , จาน , ชาม , กรรไกรตัดเล็บ , ปากกา , ของตั้งโชว์ เสื้อผ้า , กระเป๋าผ้า , กระเป๋าจักรสาน หรือ เคสโทรศัพท์ ถ้าได้ไปแล้วก็ควรซื้อกลับมาว่าครั้งหนึ่งเราได้เคยไปเยือนแล้ว และอีกอย่างราคาไม่แพงด้วยครับ

รู้จักกับภูมิประเทศของเวียดนาม

เวียดนามเหนือ

เวียดนามเหนือนั้นมีพื้นที่ทิศเหนือติดกับประเทศจีน ทิศตะวันตกติดกับลาว และทิศตะวันออกติดกับอ่าวตังเกี๋ย โดยแบ่งภูมิประเทศออกเป็น 3 ภาคด้วยกันคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ และดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง เมืองสำคัญในเวียดนามเหนือคือฮานอยและไฮฟอง โดยเขตนี้จะมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นและมีการแบ่งฤดูกาลออกเป็น 4 ฤดูกาลคือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว

เวียดนามกลาง

เวียดนามกลางเป็นพื้นที่ส่วนที่แคบที่สุดของประเทศ มีพื้นที่ฝั่งซ้ายติดประเทศลาวและฝั่งขวาติดทะเลจีนใต้ โดยแบ่งภูมิประเทศออกเป็น 1 ภาคคือ ภาคชายฝั่งตอนกลางเหนือ เมืองสำคัญในเวียดนามกลางคือทัญฮว้า โดยเขตนี้จะมีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น และมีเพียง 2 ฤดูกาลคือ ฤดูฝน และฤดูแล้ง

เวียดนามใต้

เวียดนามใต้เป็นพื้นที่แคบส่วนล่างที่ฝั่งตะวันตกติดกับประเทศกัมพูชา ฝั่งตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้ และมีฝั่งใต้บางส่วนที่ติดกับอ่าวไทย โดยแบ่งภูมิประเทศออกเป็น 4 ภาคด้วยกันคือ ภาคชายฝั่งตอนกลางใต้ ภาคที่สูงตอนกลาง ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เมืองสำคัญของเวียดนามใต้คือโฮจิมินห์ซิตี้และดานัง โดยเขตนี้จะมีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น และมีเพียง 2 ฤดูกาลคือ ฤดูฝน และฤดูแล้งเช่นเดียวกับเวียดนามกลาง

ฤดูใบไม้ผลิเวียดนาม (มีนาคม – พฤษภาคม)

เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายแต่มักจะมีฝนตกเล็กน้อยทำให้อากาศค่อนข้างชื้น ในช่วงนี้ต้นไม้ใบหญ้าจะเริ่มกลับมาเขียวสดใสอีกครั้งหลังจากห่างหายจากฝนไปในช่วงฤดูหนาว เป็นอีกช่วงหนึ่งที่เหมาะกับการเที่ยวเวียดนามเหนือเป็นอย่างมากเนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นสบายกว่าเมืองไทย

ฤดูร้อนเวียดนาม (มิถุนายน – สิงหาคม)

ฤดูร้อนของเวียดนามเหนือคือช่วงที่มีฝนตกบ่อยที่สุด และเป็นช่วงที่มีสภาพอากาศร้อนอบอ้าวที่สุดด้วยเช่นกัน โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 26-33 องศา แต่ก็เคยมีอากาศร้อนสูงสุดถึง 40 องศาไม่แพ้กับภาคอื่นๆเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้แม้จะมีฝนบ่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการเดินทางเท่าไหร่นักหากวางแผนเช็คสภาพอากาศล่วงหน้า

ฤดูใบไม้ร่วงเวียดนาม (กันยายน – พฤศจิกายน)

นับได้ว่าฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่มีอากาศเย็นสบายและน่าเที่ยวมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะมีอุณหภูมิเฉลี่ยเพียง 23-28 องศา และมีฝนตกน้อยกว่าฤดูใบไม้ผลิ ท้องฟ้าแจ่มใส จึงเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งและการเดินชมเมืองเป็นอย่างมาก แต่อย่าลืมผ้าพันคอและเสื้อแจ็คเก็ตกันลมไว้สักหน่อยเป็นดี

ฤดูหนาวเวียดนาม (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)

เป็นฤดูที่มีอากาศเย็นที่สุดในรอบปีสำหรับเวียดนามเหนือ โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยเพียง 7-20 องศาตามแต่สภาพพื้นที่ ทั้งนี้พื้นที่สูงทางเหนือสุดของเวียดนามอาจมีหิมะตกให้เห็นด้วย โดยเดือนที่หนาวเย็นที่สุดคือช่วงเดือนมกราคม ซึ่งบนที่สูงบางแห่งอาจเย็นถึง 0 องศา ใครจะท่องเที่ยวเวียดนามเหนือในช่วงนี้อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้าหนาๆ ไว้ด้วย

ฤดูฝนเวียดนาม (พฤษภาคม – ตุลาคม)

ฤดูที่เฉอะแฉะที่สุดของเวียดนามกลางและใต้ แต่ก็เป็นช่วงที่ดีที่สุดในการชมธรรมชาติและความเขียวชอุ่มของไร่นาแบบขั้นบันได และเป็นเวลาที่เหมาะต่อการเที่ยวทะเลช่วงต้นฤดู โดยฤดูนี้อาจมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 40 องศาในช่วงฤดูร้อนที่แดดจัดที่สุด ส่วนอุณหภูมิทั่วไปจะอยู่ที่ 26-34 องศา และฤดูนี้ยังเป็นช่วงที่มีพายุฝนฟ้าบ่อยที่สุดของปี ซึ่งเอาแน่เอานอนไม่ได้นัก แต่คุณสามารถรับมือได้ง่ายๆ ด้วยการเช็คสภาพอากาศล่วงหน้าก่อนการเดินทาง

ฤดูแล้งเวียดนาม (พฤศจิกายน – เมษายน)

ฤดูแล้งของเวียดนามกลางและใต้นั้นถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการชมเมือง เพราะไม่ค่อยมีฝนมารบกวนการท่องเที่ยวเท่าใดนัก โดยในฤดูนี้จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20-26 องศา ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ โดยเดือนที่มีอากาศเย็นที่สุดจะอยู่ในช่วงประมาณเดือนมกราคม ทั้งนี้อาจมีฝนหลงฤดูโปรยปรายอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก คุณจึงสามารถวางแผนเที่ยวเวียดนามได้อย่างสบายใจ

ขอบคุณข้อมูลฤดูกาล คลิกที่นี่

ผู้ที่สนใจเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม กับหมีพอยท์ เข้าชมโปรแกรมทัวร์ราคาดี บริการดี เที่ยวครบ ได้เลย คลิก https://povtravel.co.th/vietnam/